วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2558

รัฐอุ้มราคามันสำปะหลัง57/58

933244สำหรับ มาตรการที่เหลืออีก 2 มาตรการ เป็นมาตรการระยะกลาง โดยอนุมัติวงเงิน 1,380 ล้านบาท เวลาโครงการ 24 เดือน เพื่อชดเชยดอกเบี้ย 3%ให้เกษตรกรที่เข้าร่วม โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกผ่านระบบหยดน้ำ ซึ่งจะปล่อยกู้ผ่าน ธ.ก.ส.วงเงินไม่เกิน230,000บาทต่อครัวเรือน ตั้งเป้าหมายเข้าร่วมโครงการ 100,000 ราย เปิดรับสมัครตั้งแต่ธ.ค.57- มี.ค. 58 เวลาจ่ายชดเชยดอกเบี้ยตั้งแต่ม.ค. 58 -ธ.ค. 60 ซึ่งการเพาะปลูกมันผ่านระบบชดเชย จะช่วยลดต้นทุนการปลูกมันให้เกษตรกร เนื่องจากจะได้ผลผลิตหัวมันสดเพิ่มขึ้นเป็น 1 เท่า จากเดิมที่การปลูกต่อไร่จะได้หัวมัน 3.5 ตัน เพิ่มเป็นไร่ละ 7 ตัน

นาย สมชาติ กล่าวว่า มาตรการสุดท้าย คืออนุมัติวงเงิน 900 ล้านบาท เวลาโครงการ 24 เดือน เพื่อผลักดันให้เกิดการยกระดับมาตรการแปรรูปมันสำปะหลัง หรือโครงการมันสะอาด โดยจะร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม ในการบังคับให้โรงงานแปรรูปมันต้องติดตั้ง ตะแกรงเพื่อแยกดินทรายออกจากมัน ซึ่งรัฐจะช่วยชดเชยดอกเบี้ย3%เช่นกัน ให้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการและกู้เงินผ่านธนาคารพาณิชย์ ในการลงทุนเพิ่มเติม ซึ่งการยกระดับทำให้มันสะอาดจะช่วยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ของไทยให้เป็นที่ ต้องการในตลาดโลก และรองรับการแข่งขันหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)

“ปีนี้เชื่อว่า จะไม่มีเกษตรกรผู้ปลูกมันออกมาเรียกร้องเรื่องราคา เพราะราคาหัวมันสดในตลาดมีเสถียรภาพ โดยราคาปัจจุบันอยู่ที่ 2.3-2.4 บาทต่อกก. ขณะที่ต้นทุนปลูกมันอยู่ที่ 1.8 บาทต่อกก. เชื่อว่าหากผลักดันให้เกษตรกรชะลอการขุดหัวมันได้สำเร็จ จะทำให้ราคาหัวมันสดในตลาดขยับขึ้นเป็น 2.7-2.8 บาทต่อกก.

นายสมชาติ สร้อยทองผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะมิสเตอร์มันสำปะหลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่ประชุม ครม. ได้อนุมัติงบประมาณ 2,760 ล้านบาท ใช้ในการผลักดันแนวทางการบริหารจัดการตลาดมันสำปะหลัง ปี 57/58 ที่ผลผลิตหัวมันสดจะออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนม.ค.-เม.ย.นี้ ซึ่งเป็นมาตรการที่จะใช้ดูแลราคาหัวมันสดให้กับเกษตรกร แทนแทรกแซงราคาตลาดแบบเดิม เช่น รับจำนำ และประกันราคา

ทั้งนี้ แนวทางที่ครม.อนุมัติวงเงิน 2,760 ล้านบาท แบ่งเป็นมาตรการระยะสั้น ได้แก่ อนุมัติวงเงิน 375 ล้านบาท ในการชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการชะลอเก็บเกี่ยวหัวมันสด โดยในช่วงที่ยังไม่เก็บเกี่ยว เกษตรกรสามารถกู้เงินกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ครัวเรือนละไม่เกิน 50,000 บาท ตั้งเป้าหมายไว้ 500,000 ครัวเรือน ที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งรัฐจะเข้าไปช่วยชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้เกษตรกร 3%เริ่มรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการตั้งแต่ธ.ค. 57-มี.ค. 58 โดยเวลาในการจ่ายชดเชยตั้งแต่ เดือนม.ค.-ก.ย. 58 รวมทั้งโครงการ 6 เดือน คาดว่าจะช่วยให้ราคาหัวมันสดในตลาดไม่ตกต่ำ

นอกจากนี้ ในมาตรการระยะสั้น ยังจะเพิ่มสภาพทางการค้า โดยอนุมัติงบประมาณ 100 ล้านบาท ในเวลาโครงการ 4 เดือน โดยชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ 3%ให้ผู้ประกอบการลานมัน โรงแป้ง โรงงานผลิตเอทานอล และผู้ส่งออก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผู้ประกอบการในการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในช่วงที่ผล ผลิตออกมามาก

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: รัฐอุ้มราคามันสำปะหลัง57/58

วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2558

นายกฯออสซี่ขออินโดฯลดโทษประหารแก็งยานรกจิงโจ้

931990นายเมียวรัสซูกูมารัน หนึ่งในชาวออสเตรเลีย9คนที่ถูกจับกุมในปี 2548ในข้อหาพยายามขนเฮโรอีนน้ำหนัก8กิโลกรัมออกจากเกาะบาหลีแหล่งท่องเที่ยว สำคัญของอินโดนีเซียทราบแล้วว่าเขายื่นอุทธรณ์ขอความเมตตาให้ประธานาธิบดี อินโดนีเซียลดหย่อนโทษไม่สำเร็จซึ่งเป็นโอกาสสุดท้ายในการหลีกเลี่ยงโทษ ประหารชีวิตสำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียเมื่อวันที่ 9ม.ค.ว่านายกรัฐมนตรีโทนี แอบบอทท์ผู้นำออสเตรเลีย แถลงเมื่อวันศุกร์ว่ารัฐบาลออสเตรเลียขอร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียละเว้นการ ประหารชีวิตชาวออสเตรเลียที่ค้ายาเสพติดซึ่งถูกลงโทษประหารชีวิตแต่จะไม่ส่ง ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ที่ดีกับอินโดนีเซียเกี่ยวกับเรื่องนี้ นายแอบบอทท์กล่าวว่า รัฐบาลออสเตรเลียเรียกร้องอย่างเร่งด่วนไปยังรัฐบาลอินโดนีเซียผ่านช่องทาง ทางการทูตปกติ“เราคัดค้านโทษประหารชีวิตสำหรับชาวออสเตรเลียเราคัดค้านทั้ง ในออสเตรเลียและต่างประเทศ” เขากล่าวกับโทรทัศน์ช่อง9

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

 

Source: นายกฯออสซี่ขออินโดฯลดโทษประหารแก็งยานรกจิงโจ้

เฮติรำลึกครบรอบ5ปีแผ่นดินไหวสภาพยังเหลือแต่ซาก

931988ภาพข่าวจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดจับภาพทำเนียบประธานาธิบดีขณะเกิดแผ่นดิน ไหวเขย่ากรุงปอร์โตแปรงซ์ซึ่งมีประชากร 2.8ล้านคนในขณะนั้นแม้ว่า จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ในเมืองลีโอกาเนห่างจากกรุงปอร์โตแปรงซ์ ประมาณ25กิโลเมตรแต่ก็ทำให้เมืองหลวงได้รับความเสียหายอย่างหนักซึ่งรวมทั้ง สถานที่สำคัญต่างๆ เช่นทำเนียบประธานาธิบดี,มหาวิหารแห่งชาติ,สำนักงานใหญ่สหประชาชาติและ โรงแรมสำคัญต่าง ๆ

จนถึงวันนี้ยังคงมีประชาชนเกือบ 80,000คนไร้ที่อยู่อาศัย เพราะผลจากแผ่นดินไหวซึ่งทางรัฐบาลเฮติจะจัดพิธีรำลึกครบรอบ 5ปีเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ด้วยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปอร์โตแปรงซ์ประเทศเฮติ เมื่อวันที่ 9ม.ค.ว่าผ่านมาเกือบ 5ปีแล้วหลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงชนาด 7.0แมกนิจูดในฮติประเทศยากจนในแถบทะเลแคริบเบียนทำลายกรุงปอร์โตแปรงซ์เมือง หลวง ได้รับความเสียหายเกือบหมดและมีผู้เสียชีวิตมากกว่า200,000คนและบาดเจ็บอีก 300,000คนโดยแผ่นดินไหวรุนแรงครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12มกราคม2553ศูนย์กลางอยู่ทางตะวันตกของกรุงปอร์โตแปรงซ์เป็นแผ่นดินไหว ครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งที่5ในประวัติศาสตร์ของประเทศ

ภัยธรรมชาติครั้งนี้จุดชนวนให้เกิดวิกฤติประชาชนไร้ที่อยู่อาศัยจำนวนมาก โดยเกือบ 1.5ล้านคนไม่มีที่อยู่อาศัยทั้งนี้ อาคารบ้านเรือนทั่วกรุงปอร์โตแปรงซ์พังเสียหาย ขณะที่แผ่นดินไหวเกิดขึ้นในช่วงเย็นวันอังคารฝังประชาชนหลายหมื่นคนส่วนผู้ รอดชีวิตต่างหวีดร้องวิ่งฝ่าฝุ่นละอองออกมาตามถนนที่เต็มไปด้วยเศษซากของ อาคารบ้านเรือนที่พังถล่มซึ่งหลายคนก็ค้นหาสมาชิกในครอบครัวของตน

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: เฮติรำลึกครบรอบ5ปีแผ่นดินไหวสภาพยังเหลือแต่ซาก

วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2558

แจงปม“โลหะปราสาท”เปลี่ยนจากรมดำเป็นสีทอง

930944ทั้งนี้นายบวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยกับ “เดลินิวส์ออนไลน์” ว่าโลหะปราสาท เดิมถูกสร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 ซึ่งมีพระราชดำริให้สร้างโลหะปราสาทหลังนี้ให้มียอดสีทองอยู่แล้ว แต่เมื่อสิ้นรัชกาลจึงไม่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ ต่อมามีการบูรณะโลหะปราสาทอีกหลายครั้งจนเมื่อ พ.ศ.2539 ได้มีการบูรณะปรับปรุงโลหะปราสาทโดยรมดำยอดปราสาทไว้เพื่อกันสนิม จนถึงปัจจุบันกรมศิลปากรได้ดำเนินการบูรณะโลหะปราสาทครั้งใหญ่ โดยการปิดทองที่โลหะปราสาท ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วในส่วนยอดโลหะปราสาท ที่เห็นอยู่ทุกวันนี้โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้น 6 ล้านบาท ทั้งนี้ ในปี 2558 กรมศิลปากรได้จัดสรรงบประมาณบูรณะโลหะปราสาทอีก 24 ยอดเป็นเงิน 38 ล้านบาท โดยโลหะปราสาทจะปิดทองแล้วเสร็จทุกยอดทั้งหมดในปี พ.ศ.2560 พร้อมดำเนินการจัดงานพิธีสมโภชเพื่อฉลองเป็นพระราชกุศลต่อไปเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีมีกระแสในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค ถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นกับ “โลหะปราสาท” โบราณสถานจากวัดราชนัดดารามวรวิหาร ซึ่งเป็นพุทธสถานที่สำคัญองค์ที่ 3 ของโลก ที่เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในโลก และกำลังเป็นที่สงสัยจากผู้คนในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คว่า ทำไมต้องมีการบูรณะเปลี่ยนสียอดปราสาทจากสีดำเป็นสีทอง พร้อมอ้างว่าทำให้เสน่ห์และความโดดเด่นของโลหะปราสาทหายไป ทั้งยังรู้สึกเสียดายยอดปราสาทสีดำที่เห็นจนชินตา

แหล่งที่มา  :   เดลินิวส์

Source: แจงปม“โลหะปราสาท”เปลี่ยนจากรมดำเป็นสีทอง

พระสุเทพปลื้มอุ้มหลานลูกคนโต

930945โดยหลังจากได้เยี่ยมหลานเสร็จสิ้นแล้ว พระทั้ง 3 รูป ได้เดินทางกลับไปจำวัดที่วัดชลประทานรังสฤษดิ์ จ.นนทบุรี ก่อนจะเดินทางไปร่วมงานขึ้นบ้านใหม่ของนายสุไหง แสวงสุข สก.เขตทวีวัฒนา ในวันพรุ่งนี้ (9 ม.ค.)เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา พระสุเทพ ปภากโร พร้อมด้วย พระอิสระ สมชัย และพระอุทัย ยอดมณี ได้เดินทางมาเยี่ยม "น้องพอ" หลานชายของบุตรชายนายแทน เทือกสุบรรณ

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: พระสุเทพปลื้มอุ้มหลานลูกคนโต

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2558

เหมืองหยกเมียนมาร์ถล่มตาย-สูญหายเพียบ

930081เมืองผากั้นเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดของหยกเมียนมาร์ จากรายงานของเว็บไซต์และนิตยสาร อิระวดี โดยอ้างข้อมูลกระทรวงเหมืองแร่ ระบุว่า เหมืองหยกเมืองผากั้นสร้างรายได้จากการเปิดประมูลขายประจำปี ตกปีละประมาณ 3,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่รายได้จากการซื้อขายแบบผิดกฎหมายสูงกว่ามากมาย โดยจากรายงานของ ฮาร์วาร์ด แอช เซนเตอร์ เผยแพร่ในเดือน ก.ค. 2556 ระบุว่า ยอดขายอย่างไม่เป็นทางการของหยกเมืองผากั้น ในปี 2554 สูงถึง 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หยกที่ขุดได้เกือบทั้งหมดถูกลักลอบนำข้ามแดนเข้าสู่จีน โดยผ่านเขตควบคุมของกลุ่มกบฎ กองทัพเอกราชกะฉิ่น (เคไอเอ)

กบฏ เคไอเอ ส่งมอบการควบคุมเมืองผากั้นให้รัฐบาลเมียนมาร์ในปี 2537 หลังการลงนามข้อตกลงหยุดยิง แต่ข้อตกลงล่มสลายในปี 2554 ทำให้รัฐบาลเมียนมาร์ต้องยุติการทำเหมืองที่หากั้นอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม กระทรวงเหมืองแร่เมียนมาร์ประกาศเมื่อเดือน ก.ค. ปีที่แล้วว่า จะอนุญาตให้บริษัทเอกชนต่างๆ สานต่อการทำเหมืองหยกที่เมืองผากั้นต่อไปได้.

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ว่า เกิดเหตุภูเขาเศษหินในเหมืองหยกขนาดใหญ่ ในเมืองผากั้น รัฐกะฉิ่น ทางภาคเหนือสุดของเมียนมาร์ ถล่มเมื่อวันพุธ ฝังกลบคนงานที่อยู่บริเวณนั้นหลายสิบคน เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ ยังสูญหายอีกประมาณ 30 คน แต่คนงานของเหมืองรายหนึ่ง กล่าวว่า ตัวเลขผุ้เสียชีวิตอาจสูงถึง 50 ราย หากทุกศพถูกคุ้ยออกมาจากใต้กองเศษหินที่พังถล่ม

นายจอ โซ เลย์ ส.ส. เมียนมาร์จากรัฐกะฉิ่น กล่าวว่า ภูเขาเศษหินที่พังถล่มมีขนาดความสูงประมาณ 700 ฟุต (213 เมตร) ฐานกว้างประมาณ 1,500 ฟุต ฝังกลบคนงานหลายสิบคน รวมทั้งร้านค้าบริเวณนั้น 11 ร้าน เหมืองดังกล่าวเป็นเหมืองเปิด อยู่ในเขตเมืองผากั้น อยู่ห่างจากเมืองมิตจีนา เมืองเอกของรัฐกะฉิ่น 110 กม.

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: เหมืองหยกเมียนมาร์ถล่มตาย-สูญหายเพียบ

ซาอุฯตัดคอประหารนักโทษรายที่4ของปี

930064นายซูไวเลห์เป็นนักโทษรายที่ 4 ที่ถูกประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะในซาอุดีอาระเบีย นับตั้งแต่เริ่มต้นปีใหม่ 2558 ทั้งนี้ สถิติการประหารชีวิตนักโทษในซาอุดีอาระเบีย เพิ่มขึ้นจาก 27 รายในปี 2553 พุ่งขึ้นเป็นประมาณ 80 รายต่อปี โดยปี 2557 ที่ผ่านมามีทั้งหมด 87 ราย และจากสถิติขององค์การนิรโทษกรรมสากล ในปี 2556 ซาอุดีอาระเบียประหารชีวิตนักโทษมากเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจาก อิหร่าน และอิรัก

ซาอุดีอาระเบียนำหลักคำสอนทางศาสนามาบังคับใช้เป็นกฎหมายอย่างเคร่งครัด ความผิดที่กำหนดโทษรุนแรงถึงขั้นประกหารชีวิต ประกอบด้วย ข่มขืน ฆาตกรรม ละทิ้งศาสนา ปล้นทรัพย์ และค้ายาเสพติดสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ว่า กรมราชทัณฑ์ในสังกัดกระทรวงมหาดไทยซาอุดีอาระเบีย ดำเนินการประหารชีวิต ด้วยการตัดศีรษะ นายซูไวเลห์ อัล-ซาฮิมี นักโทษชาวซาอุดีอาระเบีย ที่เมืองมาดินาห์ ทางภาคตะวันตกของประเทศในวันนี้ การประหารฯ มีขึ้นหลังจากศาลตัดสินว่า นายซูไวเลห์มีความผิดจริง ฐานเจตนาฆ่าเพื่อนร่วมชุมชนท้องถิ่นรายหนึ่ง จากการทะเลาะวิวาทกัน จึงให้ประหารชีวิตตายตกไปตามกัน

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: ซาอุฯตัดคอประหารนักโทษรายที่4ของปี